วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์กลมแบบง่ายๆ
การเลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่ สามารถเลี้ยงกันได้ง่าย สำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะ และสามารถเคลื่อน ย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ค่าลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มากสามารถนำไป ประกอบเป็นอาชีพเสริมได้และผลตอบแทนก็เป็นที่น่าภูมิใจ จากการลงพื้นที่ของ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.สงขลา ได้พบกับคุณชา ลี สุวรรณชาตรี อยู่บ้านเลขที่ 319 ม.18 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ. สงขลา เกษตรกรผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ ได้บอกถึงวิธีการเลี้ยงปลา ดุกด้วยระบบชีวภาพซึ่งมีขั้นตอนการเลี้ยงดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมอุปกรณ์
1.ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร
2.ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
3.ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
4.ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น
5.ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น
6.ตาข่าย
7.น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
8.ปูน ทราย หิน
9.อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
10.พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
11.ลูกปลาดุก 70-80 ตัว
ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก
1.จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย
2.นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
3.นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง
ขั้นตอนที่ 3 การทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
1.ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง
2.น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
3.ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม
4.มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
5.กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม
วิธีทำ
หั่นมะละกอ, กล้วยน้ำหว้า, ฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15 วัน
ประโยชน์
-เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย
-ปลาไม่เป็นโรค
-ปลาไม่มีกลิ่นสาบ
-ปลาไม่มีมันในท้อง
-ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย
ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง
1.นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร (ช่วงปลาขนาดเล็ก เพิ่งนำมาปล่อย) แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
2.นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง
3.วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร
4.นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่นๆมาใส่ในบ่อ
5.การให้อาหาร ปลา 1 ตัวให้อาหาร 5 เม็ด/เมื้อ ในช่วงปลาเล็กให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้า-เย็น ปลาอายุ 1 เดือนครึ่งให้อาหารปลาขนาดกลาง โดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ให้ปลากินตอนเย็น
หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที
เหตุผลเพื่อ
1.ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
2.ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
3.ปลาไม่ป่วย
4.การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
5.อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
6.ถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ
ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย
1.ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
2.ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท
3.ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี
1.ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร
2.ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
3.ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
4.ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น
5.ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น
6.ตาข่าย
7.น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
8.ปูน ทราย หิน
9.อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
10.พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
11.ลูกปลาดุก 70-80 ตัว
ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก
1.จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย
2.นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
3.นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง
ขั้นตอนที่ 3 การทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
1.ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง
2.น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
3.ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม
4.มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
5.กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม
วิธีทำ
หั่นมะละกอ, กล้วยน้ำหว้า, ฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15 วัน
ประโยชน์
-เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย
-ปลาไม่เป็นโรค
-ปลาไม่มีกลิ่นสาบ
-ปลาไม่มีมันในท้อง
-ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย
ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง
1.นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร (ช่วงปลาขนาดเล็ก เพิ่งนำมาปล่อย) แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
2.นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง
3.วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร
4.นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่นๆมาใส่ในบ่อ
5.การให้อาหาร ปลา 1 ตัวให้อาหาร 5 เม็ด/เมื้อ ในช่วงปลาเล็กให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้า-เย็น ปลาอายุ 1 เดือนครึ่งให้อาหารปลาขนาดกลาง โดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ให้ปลากินตอนเย็น
หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที
เหตุผลเพื่อ
1.ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
2.ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
3.ปลาไม่ป่วย
4.การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
5.อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
6.ถ่ายน้ำทุกๆ 7 วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ
ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย
1.ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
2.ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท
3.ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี
หมายเหตุ : ราคาปลาที่ขายและต้นทุนการผลิตอาจมีการผันแปรตามสภาพแต่ละพื้นที่
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก(เกษตรพอเพียง)
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก
ขั้นตอนการเลี้ยงมี 4 ขั้นตอน
1. การจัดเตรียมบ่อขุดบ่อขนาดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร ก้น 1 เมตร จัดทำขอบบ่อให้มีระดับเดียวกัน ปูผ้าพลาสติกสีดำกันน้ำซึม
2. การปรับสภาพน้ำในบ่อปลาเปิดน้ำใส่บ่อจนเต็มจากนั้นใส่ จุลินทรีย์ EM จำนวน 1 ลิตร ผสมกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม และแร่แม๊กนี เซียม จำนวน 3 กิโลกรัม ทิ้งไว้ 5 – 7 วัน เพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำและลดการ เน่าเสียของน้ำ จากนั้นก็ปล่อยปลาลงเลี้ยงได้
3. ปลาดุกที่เลี้ยงใช้ พันธุ์บิ๊กอุย ขนาดยาว 5 – 7 ซม. จำนวน 1,000 – 2,0000 ตัว เลี้ยงประมาณ 2 – 3 เดือน ก็สามารถจับบริโภคได้
4. การทำอาหารปลาดุก
ขั้นตอนการเลี้ยงมี 4 ขั้นตอน
1. การจัดเตรียมบ่อขุดบ่อขนาดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร ก้น 1 เมตร จัดทำขอบบ่อให้มีระดับเดียวกัน ปูผ้าพลาสติกสีดำกันน้ำซึม
2. การปรับสภาพน้ำในบ่อปลาเปิดน้ำใส่บ่อจนเต็มจากนั้นใส่ จุลินทรีย์ EM จำนวน 1 ลิตร ผสมกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม และแร่แม๊กนี เซียม จำนวน 3 กิโลกรัม ทิ้งไว้ 5 – 7 วัน เพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำและลดการ เน่าเสียของน้ำ จากนั้นก็ปล่อยปลาลงเลี้ยงได้
3. ปลาดุกที่เลี้ยงใช้ พันธุ์บิ๊กอุย ขนาดยาว 5 – 7 ซม. จำนวน 1,000 – 2,0000 ตัว เลี้ยงประมาณ 2 – 3 เดือน ก็สามารถจับบริโภคได้
4. การทำอาหารปลาดุก
การทำอาหารปลาดุก
ส่วนผสม
1. รำละเอียด 2 กระสอบปุ๋ย
2. กากมะพร้าว 1 กระสอบปุ๋ย
3. ปลาป่น 6 กิโลกรัม
4. กากถั่วเหลือง 6 กิโลกรัม
5. จุลินทรีย์ EM 1 ลิตร
6. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
7. น้ำมันพืช 1 – 2 ลิตร
วิธีทำ
1. นำส่วนผสมข้อ 1 1 กระสอบ ข้อ 2,3,4 คลุกให้เข้ากัน
2. นำส่วนผสม ข้อ 5,6 ผสมน้ำ 20 ลิตร เพื่อคลุกเคล้าส่วนผสม ข้อ 1 หมักไว้ 12 ชั่วโมง
3. นำส่วนผสมที่หมักไว้ในข้อ 1,2 ผสมกับรำละเอียด 1 กระสอบและน้ำมันพืช 1 – 2 ลิตรคลุกเคล้านำเข้าเครื่องอัดเม็ดผึ่งแดด 2 วัน เก็บไว้ได้ 2 เดือน
เกร็ดความรู้
1. การซื้อพันธุ์ปลาก่อนการเคลื่อนย้ายให้ปลาอดอาหาร 1 – 2 วัน เพื่อป้องกันปลาดิ้นและทำให้ปลาไส้ขาดเวลาเลี้ยงปลาจะไม่โต
2. การเคลื่อนย้ายปลาให้เตรียม น้ำมันพืช 30 ซีซี : เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันตักใส่ในถุงหรือที่มีพันธุ์ปลา อยู่ประมาณ 1 ช้อนชา เพื่อป้องกันปลาบาดเจ็บ
3. การป้องกันปลาหนีจากบ่อเวลาฝนตก ใช่วิธีหากมีฝนตกให้หว่านอาหารให้ปลากิน สัก 2 – 3 ครั้ง เพื่อหลอกว่าเวลาฝนตกจะได้กินอาหารแล้วปลาจะไม่หนี
4. การเปลี่ยนถ่ายน้ำให้ดูดน้ำออก 1 ส่วน ใน 3 ส่วน และนำน้ำที่ใส่ใหม่ให้ทำเป็นละอองฝอยโดยใช้สายยางเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่ปลา
5. การจับปลาเพื่อบริโภคโดยใช้วิธีใช้สายยางฉีดน้ำเหมือนกับฝนตกปลาจะเล่นน้ำ จากนั้นใช้สวิงตักปลา ที่เล่นน้ำทันที ปลาจะไม่รู้สึกถึงอันตรายและจะกินอาหารต่อและไม่หนี้
ข้อดีของการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
-ใช้พื้นที่เลี้ยงน้อย สามารถเลี้ยงได้ทุกที่
-ก่อสร้างบ่อเลี้ยงได้ง่าย
-ระยะเวลาเลี้ยงสั้น
-เลี้ยงง่าย อดทนต่อสภาพน้ำได้ดี
-บริโภคเองในครัวเรือน และมีเหลือจำหน่าย
การเลือกสถานที่สร้างบ่อ
-อยู่ใกล้บ้าน
-อยู่ที่ร่มหรือมีหลังคา
-มีแหล่งน้ำสำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำได้สะดวก
การเตรียมน้ำ
-น้ำบาดาล น้ำบ่อ น้ำในแหล่งน้ำลำคลองสามารถใช้เลี้ยงปลาได้
-น้ำประปาต้องทิ้งน้ำไว้ 3 วัน ก่อนถึงจะนำมาเลี้ยงปลาได้
1. รำละเอียด 2 กระสอบปุ๋ย
2. กากมะพร้าว 1 กระสอบปุ๋ย
3. ปลาป่น 6 กิโลกรัม
4. กากถั่วเหลือง 6 กิโลกรัม
5. จุลินทรีย์ EM 1 ลิตร
6. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
7. น้ำมันพืช 1 – 2 ลิตร
วิธีทำ
1. นำส่วนผสมข้อ 1 1 กระสอบ ข้อ 2,3,4 คลุกให้เข้ากัน
2. นำส่วนผสม ข้อ 5,6 ผสมน้ำ 20 ลิตร เพื่อคลุกเคล้าส่วนผสม ข้อ 1 หมักไว้ 12 ชั่วโมง
3. นำส่วนผสมที่หมักไว้ในข้อ 1,2 ผสมกับรำละเอียด 1 กระสอบและน้ำมันพืช 1 – 2 ลิตรคลุกเคล้านำเข้าเครื่องอัดเม็ดผึ่งแดด 2 วัน เก็บไว้ได้ 2 เดือน
เกร็ดความรู้
1. การซื้อพันธุ์ปลาก่อนการเคลื่อนย้ายให้ปลาอดอาหาร 1 – 2 วัน เพื่อป้องกันปลาดิ้นและทำให้ปลาไส้ขาดเวลาเลี้ยงปลาจะไม่โต
2. การเคลื่อนย้ายปลาให้เตรียม น้ำมันพืช 30 ซีซี : เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันตักใส่ในถุงหรือที่มีพันธุ์ปลา อยู่ประมาณ 1 ช้อนชา เพื่อป้องกันปลาบาดเจ็บ
3. การป้องกันปลาหนีจากบ่อเวลาฝนตก ใช่วิธีหากมีฝนตกให้หว่านอาหารให้ปลากิน สัก 2 – 3 ครั้ง เพื่อหลอกว่าเวลาฝนตกจะได้กินอาหารแล้วปลาจะไม่หนี
4. การเปลี่ยนถ่ายน้ำให้ดูดน้ำออก 1 ส่วน ใน 3 ส่วน และนำน้ำที่ใส่ใหม่ให้ทำเป็นละอองฝอยโดยใช้สายยางเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่ปลา
5. การจับปลาเพื่อบริโภคโดยใช้วิธีใช้สายยางฉีดน้ำเหมือนกับฝนตกปลาจะเล่นน้ำ จากนั้นใช้สวิงตักปลา ที่เล่นน้ำทันที ปลาจะไม่รู้สึกถึงอันตรายและจะกินอาหารต่อและไม่หนี้
ข้อดีของการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก
-ใช้พื้นที่เลี้ยงน้อย สามารถเลี้ยงได้ทุกที่
-ก่อสร้างบ่อเลี้ยงได้ง่าย
-ระยะเวลาเลี้ยงสั้น
-เลี้ยงง่าย อดทนต่อสภาพน้ำได้ดี
-บริโภคเองในครัวเรือน และมีเหลือจำหน่าย
การเลือกสถานที่สร้างบ่อ
-อยู่ใกล้บ้าน
-อยู่ที่ร่มหรือมีหลังคา
-มีแหล่งน้ำสำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำได้สะดวก
การเตรียมน้ำ
-น้ำบาดาล น้ำบ่อ น้ำในแหล่งน้ำลำคลองสามารถใช้เลี้ยงปลาได้
-น้ำประปาต้องทิ้งน้ำไว้ 3 วัน ก่อนถึงจะนำมาเลี้ยงปลาได้
การเลี้ยง
1. ขนาดปลาที่จะนำมาเลี้ยง
ปลาที่เริ่มเลี้ยงยาวตั้งแต่ 1.5 นิ้วขึ้นไป ไม่ควรนำปลามาเลี้ยงในฤดูหนาวเพราะปลามีความต้านทานต่อโรคต่ำ
2. อัตราการเลี้ยง
ปล่อยลูกปลาในอัตรา 50 – 70 ตัว/ตารางเมตร
3. การปล่อยปลา
แช่ถุงลูกปลาไว้ในบ่อเลี้ยง 30 นาที จึงค่อยๆ ปล่อยลงบ่อ
ช่วงแรกที่ปล่อย ให้เติมน้ำลงบ่อมีความสูงประมาณ 10 ซม.แล้วค่อยเพิ่มระดับน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกๆ อาทิตย์ จนมีระดับสูงสุด 30-50 ซม.
การให้อาหารปลา
เริ่มแรกให้อาหารเม็ดเล็กและบุบพอแตกสำหรับปลาเล็ก
อาหารสดพวกเศษเนื้อ สับให้ปลากินได้
ตัวปลวก แมลงเม่าและแมลงอื่น ๆ โปรยให้ปลากิน
ให้อาหารเป็นเวลา วันละ 2 มื้อ เช้า - เย็น
การถ่ายเทน้ำ
ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำเมื่อน้ำเริ่มเสีย
ไม่ควรถ่ายน้ำออกหมด เหลือน้ำเก่าไว้ 2/3
เปลี่ยนถ่ายน้ำหลังให้อาหารแล้วไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
น้ำที่ถ่ายออกสามารถนำไปรดพืชผักได้
ปลาที่เริ่มเลี้ยงยาวตั้งแต่ 1.5 นิ้วขึ้นไป ไม่ควรนำปลามาเลี้ยงในฤดูหนาวเพราะปลามีความต้านทานต่อโรคต่ำ
2. อัตราการเลี้ยง
ปล่อยลูกปลาในอัตรา 50 – 70 ตัว/ตารางเมตร
3. การปล่อยปลา
แช่ถุงลูกปลาไว้ในบ่อเลี้ยง 30 นาที จึงค่อยๆ ปล่อยลงบ่อ
ช่วงแรกที่ปล่อย ให้เติมน้ำลงบ่อมีความสูงประมาณ 10 ซม.แล้วค่อยเพิ่มระดับน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกๆ อาทิตย์ จนมีระดับสูงสุด 30-50 ซม.
การให้อาหารปลา
เริ่มแรกให้อาหารเม็ดเล็กและบุบพอแตกสำหรับปลาเล็ก
อาหารสดพวกเศษเนื้อ สับให้ปลากินได้
ตัวปลวก แมลงเม่าและแมลงอื่น ๆ โปรยให้ปลากิน
ให้อาหารเป็นเวลา วันละ 2 มื้อ เช้า - เย็น
การถ่ายเทน้ำ
ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำเมื่อน้ำเริ่มเสีย
ไม่ควรถ่ายน้ำออกหมด เหลือน้ำเก่าไว้ 2/3
เปลี่ยนถ่ายน้ำหลังให้อาหารแล้วไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
น้ำที่ถ่ายออกสามารถนำไปรดพืชผักได้
ต้นทุน
ค่าพลาสติกปูพื้นบ่อ (PVC # 3.5x 6 ม.)
500 บาท
ค่าอาหารเม็ด (เลี้ยงนาน 3 เดือน #30 กก. ) 500 บาท
ค่าพันธุ์ปลาดุก (ขนาด 1 นิ้ว 500 ตัว) 500 บาท
รวมทั้งสิ้น ประมาณ 1,500 บาท
การจับปลา
เลี้ยง 3-4 เดือน ได้ปลาขนาด 100-200 กรัม/ตัว
อัตรารอดประมาณ 80-90 %
ได้ผลผลิตปลา ประมาณ 30-50 กก/บ่อ
คิดเป็นมูลค่า (กก. ละ 30 บาท) 900-1,500 บาท
ค่าอาหารเม็ด (เลี้ยงนาน 3 เดือน #30 กก. ) 500 บาท
ค่าพันธุ์ปลาดุก (ขนาด 1 นิ้ว 500 ตัว) 500 บาท
รวมทั้งสิ้น ประมาณ 1,500 บาท
การจับปลา
เลี้ยง 3-4 เดือน ได้ปลาขนาด 100-200 กรัม/ตัว
อัตรารอดประมาณ 80-90 %
ได้ผลผลิตปลา ประมาณ 30-50 กก/บ่อ
คิดเป็นมูลค่า (กก. ละ 30 บาท) 900-1,500 บาท
เมนูอาหารทีทำจากปลาดุก
เมนูอาหารที่ทำจากปลาดุก
เมนูที่ 1แกงปลาดุก
เครื่องปรุง เครื่องแกง สำหรับทำแกงปลาดุก
* เครื่องแกงแดง
* พริกไทยเสฉวน (ซวงเจียว)
* ลูกผักชีคั่วป่น
* ยี่หร่าคั่วป่น
* ลูกจันทน์ป่น
* กานพลูคั่วป่น
* พริกไทยเสฉวน (ซวงเจียว)
* ลูกผักชีคั่วป่น
* ยี่หร่าคั่วป่น
* ลูกจันทน์ป่น
* กานพลูคั่วป่น
วิธีทำ แกงปลาดุก
* 1.โขลก เครื่องแกงกับพริกไทยเสฉวน ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจันทน์ กานพลู ให้เข้ากัน พักไว้เป็นเครื่องแกง
* 1.โขลก เครื่องแกงกับพริกไทยเสฉวน ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจันทน์ กานพลู ให้เข้ากัน พักไว้เป็นเครื่องแกง
เครื่องปรุง แกงปลาดุกทะเล
* น้ำมันพืช
* พริกแกงที่โขลกไว
* หัวกะทิ
* น้ำเปล่า
* เนื้อปลาดุกหั่นเป็นชิ้น
* กระชายหั่นฝอย
* พริกหยวกหั่นแฉลบ
* ใบมะกรูดฉีก
* น้ำตาลปี๊บ
* น้ำปลา
* น้ำปลาร้า
* ใบโหระพา
* ข้าวสวยร้อน ๆ
* น้ำมันพืช
* พริกแกงที่โขลกไว
* หัวกะทิ
* น้ำเปล่า
* เนื้อปลาดุกหั่นเป็นชิ้น
* กระชายหั่นฝอย
* พริกหยวกหั่นแฉลบ
* ใบมะกรูดฉีก
* น้ำตาลปี๊บ
* น้ำปลา
* น้ำปลาร้า
* ใบโหระพา
* ข้าวสวยร้อน ๆ
วิธีทำ แกงปลาดุก
* 1.นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่พริกแกงที่โขลกไว้ ลงผัดให้หอม (ไฟอ่อน ๆ ) ใส่หัวกะทิลงไป ½ ถ้วยตวง ผัดกับเครื่องแกงให้แตกมันและหอม
* 2.ใส่กะทิที่เหลือลงไปพร้อมกับน้ำเปล่า เร่งไฟแรง ต้มให้กะทิเดือด
* 3.ใส่เนื้อปลาดุกลงไปทั้งหมด ต้มให้เดือด แล้วลดไฟลง
* 4.เติมกระชายหั่นฝอย พริกหยวกหั่นแฉลบ ใบมะกรูดฉีก
* 5.ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา คนให้เข้ากัน ต้มให้ปลาสุกและน้ำงวดลง (พอขลุกขลิกเหมือนแกงคั่ว) ชิมรสชาติให้ออก เค็ม หวานจากกะทิ และเนื้อปลา
* 6.ใส่ใบโหระพาลงไป คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ
* 1.นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่พริกแกงที่โขลกไว้ ลงผัดให้หอม (ไฟอ่อน ๆ ) ใส่หัวกะทิลงไป ½ ถ้วยตวง ผัดกับเครื่องแกงให้แตกมันและหอม
* 2.ใส่กะทิที่เหลือลงไปพร้อมกับน้ำเปล่า เร่งไฟแรง ต้มให้กะทิเดือด
* 3.ใส่เนื้อปลาดุกลงไปทั้งหมด ต้มให้เดือด แล้วลดไฟลง
* 4.เติมกระชายหั่นฝอย พริกหยวกหั่นแฉลบ ใบมะกรูดฉีก
* 5.ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา คนให้เข้ากัน ต้มให้ปลาสุกและน้ำงวดลง (พอขลุกขลิกเหมือนแกงคั่ว) ชิมรสชาติให้ออก เค็ม หวานจากกะทิ และเนื้อปลา
* 6.ใส่ใบโหระพาลงไป คนให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ
เมนูที่ 2ปลาดุกฟูผัดพริกขิง
วิธีทำ
1.เตรียมเครื่องแกงโดยโขลกส่วนผสมพริกแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด
2.ผัดพริกแกงกับน้ำมันจนมีกลิ่นหอม เติมน้ำปลากับน้ำตาล ชิมและปรุงให้ออกรสหวานนำ เคี่ยวจนออกเหนียว
3.เทปลาดุกทอดลงกระทะคลุกกับเครื่องแกง ผัดคลุกเคล้าให้เครื่องแกงทั่วเนื้อปลาดุก ใส่ถั่วฝักยาว ใส่พริกชี้ฟ้า ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันดี ตักขึ้นจัดใส่จาน โรยด้วยใบมะกูดหั่นฝอย เสิร์ฟรับประทาน
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกแกงเผ็ดที่โขลก 1/4 ถ้วย+1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วฝักยาวหั่นเฉียง 3 ฝัก
ข้าวโพดอ่อนหั่นท่อนขนาด 1 1/2 นิ้ว ผ่า 4 ส่วน 3 ฝัก
น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ+1 ช้อนชา
น้ำตาลปี้บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
ใบมะกรูดทอดกรอบสำหรับโรย
ปลาดุกย่าง 1 ตัว น้ำมันพืช 2 ถ้วย
เมนูที่ 3ผัดเผ็ดปลาดุก
วิธีทำ
1. ล้างปลาดุกให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใช้ไฟกลาง ใส่ปลาลงทอดพอเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
3. ใส่น้ำมันสำหรับผัดลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องแกง ผัดพอหอมและแตกมัน
4. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ใส่ใบมะกรูด กระชาย ผัดพอทั่ว ใส่ปลา ผัดให้ทั่ว ปิดไฟ ยกลง
5. จัดใส่จาน โรยด้วยพริกชี้ฟ้าทอด ใบกะเพรากรอบ จัดลงจานได้เลยค่ะ
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใช้ไฟกลาง ใส่ปลาลงทอดพอเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
3. ใส่น้ำมันสำหรับผัดลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องแกง ผัดพอหอมและแตกมัน
4. ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ใส่ใบมะกรูด กระชาย ผัดพอทั่ว ใส่ปลา ผัดให้ทั่ว ปิดไฟ ยกลง
5. จัดใส่จาน โรยด้วยพริกชี้ฟ้าทอด ใบกะเพรากรอบ จัดลงจานได้เลยค่ะ
เครื่องปรุง
ปลาดุก
กะเพราเด็ดเป็นใบ ๆ ทอดกรอบ
พริกชี้ฟ้าแดงทอดกรอบ
กระชายหั่นฝอย
ใบมะกรูดฉีก
น้ำตาลปีบ
น้ำปลา
น้ำมันพืช
พริกแกง
ปลาดุก
กะเพราเด็ดเป็นใบ ๆ ทอดกรอบ
พริกชี้ฟ้าแดงทอดกรอบ
กระชายหั่นฝอย
ใบมะกรูดฉีก
น้ำตาลปีบ
น้ำปลา
น้ำมันพืช
พริกแกง
เมนูที่ 4ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาดุกไส้ปลาดุกย่าง
วิธีทำ
1.นำปลาดุกที่ล้างเตรียมไว้ ย่างให้สุกหอมแล้วพักไว้
2.นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำเปล่า เคี่ยวให้เป็นน้ำปลาหวานพอเหนียว จากนั้นก็ชิมรสชาติให้ออกหวาน เค็ม และเปรี้ยว และพักไว้
3.นำเสื่อญี่ปุ่นมาวางบนเสื่อ วางทับด้วยสาหร่ายทะเล 1 แผ่น จากนั้นนำข้าวญี่ปุ่นมาเกลี่ยให้เต็มแผ่นเท่าๆ กัน นำปลาดุกมาวางแล้วโรยดอกสะเดาให้ทั่ว จากนั้นม้วนเสื่อให้เป็นแท่นกลมแล้วค่อยแยกเสื่อออก ตัดข้าวห่อสาหร่ายให้ได้ 8-10 ชิ้น แล้วนำมาวางเป็นชิ้นบนจานเสิร์ฟ โรงหน้าด้วยพริกขี้หนูแห้งทอด หอมแดงซอยเจียว และตกแต่งด้วยใบผักชี ราดด้วยน้ำปลาหวาน เป็นอันเสร็จพิธี
2.นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำเปล่า เคี่ยวให้เป็นน้ำปลาหวานพอเหนียว จากนั้นก็ชิมรสชาติให้ออกหวาน เค็ม และเปรี้ยว และพักไว้
3.นำเสื่อญี่ปุ่นมาวางบนเสื่อ วางทับด้วยสาหร่ายทะเล 1 แผ่น จากนั้นนำข้าวญี่ปุ่นมาเกลี่ยให้เต็มแผ่นเท่าๆ กัน นำปลาดุกมาวางแล้วโรยดอกสะเดาให้ทั่ว จากนั้นม้วนเสื่อให้เป็นแท่นกลมแล้วค่อยแยกเสื่อออก ตัดข้าวห่อสาหร่ายให้ได้ 8-10 ชิ้น แล้วนำมาวางเป็นชิ้นบนจานเสิร์ฟ โรงหน้าด้วยพริกขี้หนูแห้งทอด หอมแดงซอยเจียว และตกแต่งด้วยใบผักชี ราดด้วยน้ำปลาหวาน เป็นอันเสร็จพิธี
ส่วนผสม
ปลาดุกเลาะก้างออกและทำความสะอาด 4 ตัว
น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วยตวง
น้ำปลา 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
หอมแดงซอยเจียวพอประมาณ
กระเทียมซอยเจียวพอประมาณ
พริกขี้หนูแห้งทอดพอประมาณ
ผักชีเด็ดใบ
ดอกสะเดาลวก
ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก
สาหร่ายทะเล
น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วยตวง
น้ำปลา 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
หอมแดงซอยเจียวพอประมาณ
กระเทียมซอยเจียวพอประมาณ
พริกขี้หนูแห้งทอดพอประมาณ
ผักชีเด็ดใบ
ดอกสะเดาลวก
ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก
สาหร่ายทะเล
เมนูที่ 5ยำปลาดุกฟู
วิธีทำอาหาร
1.ปลาดุกย่างแกะเอาก้างออก สับหรือโขลกให้เนื้อฟู ผสมน้ำมันพอควร
2.ใส่น้ำมันลงในกระทะพร้อมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ตั้งไฟพอน้ำมันร้อน
3.ผสมเกล็ดขนมปังลงในปลาดุกคลุกเคล้าให้เข้ากันตักลงในกระทะทีละ 1 ทัพพี ใช้ตะหลิวเขี่ยให้กระจายพอเหลือง ตักขึ้นใส่จานเวลารับประทาน โรยด้วยมะม่วงซอย
หอมแดงซอย ถั่วลิสงหรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด ผักขึ้นฉ่ายแล้วราดด้วยน้ำยา
2.ใส่น้ำมันลงในกระทะพร้อมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ตั้งไฟพอน้ำมันร้อน
3.ผสมเกล็ดขนมปังลงในปลาดุกคลุกเคล้าให้เข้ากันตักลงในกระทะทีละ 1 ทัพพี ใช้ตะหลิวเขี่ยให้กระจายพอเหลือง ตักขึ้นใส่จานเวลารับประทาน โรยด้วยมะม่วงซอย
หอมแดงซอย ถั่วลิสงหรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด ผักขึ้นฉ่ายแล้วราดด้วยน้ำยา
ส่วนผสมยำปลาดุกฟู
ปลาดุกย่าง 4 ตัว
มะม่วงดิบซอย 1 ถ้วยตวง
เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วยตวง
หอมแดงซอย 1/2 ถ้วยตวง
ถั่วลิสงหรือมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/2 ถ้วยตวง
ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อนสั้นๆ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมันสำหรับทอดน้ำยายำปลาดุกฟูพริกขี้หนูู่สวน 20-25 เม็ด
กระเทียม 3 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 1ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
มะม่วงดิบซอย 1 ถ้วยตวง
เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วยตวง
หอมแดงซอย 1/2 ถ้วยตวง
ถั่วลิสงหรือมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/2 ถ้วยตวง
ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อนสั้นๆ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมันสำหรับทอดน้ำยายำปลาดุกฟูพริกขี้หนูู่สวน 20-25 เม็ด
กระเทียม 3 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 1ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำยำปลาดุกฟู
-โขลกรากผักชี กระเทียม ก่อนค่อยใส่พริกขี้ปนูบุบพอหยาบผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ
-โขลกรากผักชี กระเทียม ก่อนค่อยใส่พริกขี้ปนูบุบพอหยาบผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ
เมนูที่ 6ต้มโคล้งปลาดุกย่าง
วิธีทำอาหาร
1. ตักน้ำใส่หม้อตั้งไฟให้เดือด ใส่หัวหอม ตะไคร้ ใบมะกรูดลงไป รอจนเดือด
2. หั่นปลาดุกที่ย่างแล้วให้มีจำนวนประมาณ 5 ส่วน แล้วใส่ลงไปในหม้อข้อ 1 แล้วปรุงรสด้วยพริกแห้ง น้ำมะขามเปียก และน้ำปลารอจนเดือดและสุกเข้ากันดี ชิมรสชาติและเติมตามชอบ (รสชาติควรออกเปรี้ยว)
3. ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ ทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ เพิ่มความอร่อย
2. หั่นปลาดุกที่ย่างแล้วให้มีจำนวนประมาณ 5 ส่วน แล้วใส่ลงไปในหม้อข้อ 1 แล้วปรุงรสด้วยพริกแห้ง น้ำมะขามเปียก และน้ำปลารอจนเดือดและสุกเข้ากันดี ชิมรสชาติและเติมตามชอบ (รสชาติควรออกเปรี้ยว)
3. ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ ทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ เพิ่มความอร่อย
ส่วนผสมอาหาร
หอมแดงคั่วบุบพอแตก 3 หัว
พริกแห้งคั่วหั่นเป็นแว่น 3 เม็ด
ตะไคร้ตัดเป็นท่อน 2 ต้น
ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
ผักชีฝรั่งหั่นเป็นท่อน 3 ใบ
เมนูที่ 7ฉู่ฉี่ปลาดุก
วิธีทำ
๑.ตั้งกะทะใส่น้ำมันพืชลงไป
๒.น้ำเนื้อปลาลงทอดจนกรอบเหลือง
๓.ตั้งกะทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่พริกแกงลงไปผัดให้หอม
๔.นำเนื้อปลาทอดลงผัดกับพริกแกงให้เข้ากัน
๕.เติมน้ำปลา น้ำตาล ชิมรสตามชอบ
๖.โรยหน้าด้วยใบโหระพา หรือใบมะกรูดหั่นฝอย ใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
ส่วนผสม
* ปลาดุก 2 ตัว
* น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
* ใบมะกรูดซอยละเอียด 2 ใบ
* กะทิ 400 กรัม
* พริกชี้ฟ้าแดงหั่นตามยาว 1 เม็ด
* ผักชี (สำหรับแต่งอาหาร)
* น้ำมันพืช
เมนูที่ 8ลาบปลาดุก
วิธีทำ
1.ขูดเมือกบนผิวปลาดุกออก นำไปย่างพอสุก แกะเอาแต่เนื้อ สับหยาบๆ
2.เคล้าเนื้อปลาดุกกับข้าวคั่ว พริกป่น ข่าหั่นฝอย หอมแดงซอย ใบมะกรูดหั่นฝอย
3.ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว โรยใบสะระแหน่ ต้นหอมซอย รับประทานกับ กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบโหระพา เป็นอันเสร็จ
เครื่องปรุง
1.ปลาดุกหนัก300 กรัม 1 ตัว
2.ข้าวคั่ว2 ช้อนโต๊ะ
3.พริกป่น,ข่าโขลกละเอียด อย่างละ 1 ช้อนชา
4.หอมแดงซอย1 ช้อนโต๊ะ
5.ใบมะกรูดหั่นฝอย2 ช้อนชา
6.ต้นหอมซอย2 ต้น
7.ใบสะระแหน่1/2 ถ้วย
8.น้ำมะนาว2-3 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำปลา 2ช้อนโต๊ะ
10.ผักสด กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบโหระพา
เมนูที่ 9แกงมะระปลาดุก
วิธีทำ
- ล้างปลาดุกให้สะดวก หั่นเป็นชิ้น ๆ (หรือเอาแบบให้เค้าหั่นสำเร็จมาเลยยิ่งดี)
- นำมะระ มาหั่นซอยเป็นชิ้น ๆ แช่ด้วยเกลือ ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 10 นาที จากนั้นนำมาล้างด้วยเกลือประมาณ สัก 3 น้ำ เพื่อลดความขมลง แต่ถ้าไม่ชอบขม ล้างเกลือเสร็จแล้วเอาไป ต้มกับเกลืออีกประมาณ 5 นาที ก็จะช่วยได้
- ตั้งกะทะ เอากะทิลงนิดหน่อยเพื่อผัดกับพริกแกง ถ้าเป็นกะทิกล่อง ก็เทลงไปพอประมาณไม่ให้มันแห้งเกินไป เพราะกะทิกล่องมันข้นอยู่แล้ว ผัดให้หอม
- เทกะทิที่เหลือให้หมด แล้วให้เดือด เอาปลาดุกลง ตามด้วยใบมะกรูดฉีก ดับคาว (ห้ามคน) เกลี่ยให้ปลาดุก โดนน้ำพริกแกง ให้เดือดนิดหน่อย และเติมน้ำลงไปพอประมาณ ทิ้งให้เดือด ( ที่ใส่ปลาดุกก่อนใส่น้ำ เพราะอยากให้ปลาสุกก่อนใส่น้ำเปล่า และเนื้อปลาจะดูดกะทิเนื้อมันอร่อยกว่าและจะได้ไม่คาวมาก แล้วแต่สูตรบางคนใส่น้ำก่อนปลาดุก ก็ได้เหมือนกันค่ะ)
- ตามด้วยมะระ ทั้งไว้ให้เดือด ปรุงรสด้วย น้ำตาลปีบ น้ำตาลทราย น้ำปลา และเกลือที่ใส่ ทั้งน้ำตาลปีบ และน้ำตาลทราย เกลือ และน้ำปลา เพราะรสจะได้กลมกล่อม กลบความขมของมะระได้ค่ะ
- ทิ้งไว้ให้เดือด ลดไฟลงนิดหน่อย ชิมรสตามชอบ แล้วใส่โหระพาลงไป ก็พร้อมรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ค่ะ
ส่วนผสม
-ปลาดุกหั่นชิ้น 1ตัว –มะระครึ่งลูก –พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ –กะทิ 1กล่อง –ใบมะกรูด 5ใบ –น้ำตางปีบครึ่งช้อนโต๊ะ –น้ำปลา 2ช้อนโต๊ะ –เกลือ 1หยิบมือ –ใบโหระพานิดหน่อย –น้ำเปล่า 3ถ้วยเล็ก
เมนูนี้จะเป็นอาหารที่ง่ายที่สุดเลยซึ่งเราสามารถทำได้
1.ต้มปลาดุกกับปลาร้า...ให้สุกแล้วแกะเอาแต่เนื้อปลา..
2.ขั่วหรือจี่พริกให้สุก แล้วก็ตำๆๆ
3.ตำเนื้อปลากับเนื้อปลาดุกให้เข้ากัน..
4.ใส่ต้นหอมผักชี.. ผมชอบหอมเยอะๆๆ
5.ใส่น้ำปลาร้าที่ต้มไว้...เพิ่มน้ำปลานิด เสร็จ....เสร็จพร้อมรับประทาน....
3.ตำเนื้อปลากับเนื้อปลาดุกให้เข้ากัน..
4.ใส่ต้นหอมผักชี.. ผมชอบหอมเยอะๆๆ
5.ใส่น้ำปลาร้าที่ต้มไว้...เพิ่มน้ำปลานิด เสร็จ....เสร็จพร้อมรับประทาน....
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









